“สงกรานต์ อิสสระ” เปิดมุมมองอสังหาฯภูเก็ต-ตั้งรับ AEC

วันที่ :
Tuesday 23 October 2012
ประเภทบทความ :

“สงกรานต์ อิสสระ” เปิดมุมมองอสังหาฯภูเก็ต-ตั้งรับ AEC

ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งส่วนกลาง และภูเก็ต มองว่า การเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เพราะกฎหมายไทยยังไม่เปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนอสังหาฯ อย่างเต็มที่ แต่ที่น่าจะเป็นห่วงคือ การขยายการลงทุนของทุนใหญ่จากส่วนกลางมากกว่า โดยเฉพาะการรุกเข้ามาลงทุนคอนโดมิเนียมที่มีมากกว่า 7,000 ยูนิตในอีก 2 ปีข้างหน้า

สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต จัดสัมมนา Executive Dinner Talk “มุมมองอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต-ตั้งรับ AEC โดยคุณสงกรานต์ อิสสระ” ณ ห้องเรือใบ โรงแรมโบ๊ทลากูน ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต นายสัจจพล ทองสม กรรมการสมาคมฯ ฝ่ายกฎหมาย และสมาชิกเข้าร่วม

นายสงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับทิศทางของอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในปีปีหน้า และการตั้งรับประชาคมอาเซียน หรือ AEC ว่า ผู้ประกอบการอสังหาฯ ของไทยได้ผ่านประสบการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ทำให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ดังนั้น เมื่อมีการเปิดประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ก็น่าจะรับมือได้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่น่าเป็นห่วงว่าจะได้รับผลกระทบ แม้ว่าจะเปิดประชาคมอาเซียนก็ตาม เพราะการเข้ามาลงทุนด้านอสังหาฯ ของนักลงทุนต่างชาตินั้น กฎหมายของไทยยังไม่เปิดเต็มที่

และสิ่งที่ประเทศไทยมีจุดแข็ง คือ การท่องเที่ยวกับสายการบิน เนื่องจากภูมิศาสตร์ที่ตั้งของเราเป็นศูนย์กลางการเดินทางในภูมิภาคนี้ ทำให้ไม่น่าเป็นห่วง และในแง่ของการท่องเที่ยวสำหรับภูเก็ตแล้วถือว่าค่อนข้างดี และเมื่อท่องเที่ยวดีก็ย่อมจะทำให้อสังหาริมทรัพย์ดีตามไปด้วย แต่นั่นอาจเป็นเฉพาะในช่วงเริ่มต้น เพราะมีอีกหลายอย่างที่จะต้องทำการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งรัฐบาล และภาคเอกชนจะต้องหันมาให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัย เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นก็จะเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะปัจจุบัน กระแสของออนไลน์ที่ค่อนข้างรุนแรง การดูแลความสะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ท่องเที่ยว

การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นจุดขายสำคัญ รวมถึงการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคมนาคม โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนท่าเทียบเรือ หรือมารีนา ซึ่งจะนำรายได้เข้ามาอีกมหาศาล การพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น การสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ”

โดยส่วนตัวแล้ว นายสงกรานต์ มองว่า การเปิดเออีซีสำหรับภูเก็ตนั้นไม่น่ากลัว ในแง่ของการทำอสังหาฯ แต่ที่จะต้องระมัดระวังในส่วนของกลุ่มทุนจากส่วนกลางที่มีการลงทุนในปริมาณมาก ซึ่งจะต่างจากตลาดพัทยา หัวหิน หรือชะอำ ซึ่งจะมีกลุ่มลุกค้าที่ชัดเจน ต่างจากภูเก็ตซึ่งเราหวังจากการท่องเที่ยว และกลุ่มตลาดไม่ชัดเจน

ด้านนายธนูศักดิ์ พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า การเติบโตของอสังหาฯ ภูเก็ตนั้นจะขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว และการเปิดเออีซีก็น่าจะมาช่วยเสริมตลาดให้ดียิ่งขึ้น ฉะนั้น ในส่วนของเราคงต้องเตรียมความพร้อมทั้งในการตั้งรับ และรุกให้ดี

พร้อมกับมองว่า การเติบโตของคอนโดมิเนียมในภูเก็ต ถือว่ามาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งในแง่ของการค้าเสรีเราก็ต้องยอมรับ แต่ยอมรับว่าสำหรับตลาดคอนโดฯ ในปัจจุบันไม่ใช่เรียลมาร์เกตเหมือนในอดีต แต่จะเป็นกลุ่มผู้ซื้อเพื่อเก็งกำไร เพราะฉะนั้น ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็ต้องระมัดระวัง และจะต้องศึกษารายละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ส่วนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้านอื่นๆ ในภูเก็ตยังไปได้ดีอยู่โดยเฉพาะตลาดบ้านจัดสรร ความต้องการของตลาดยังมีอยู่ต่อเนื่อง

ขณะที่นายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ อดีตประธานสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ในฐานะประธานที่ปรึกษาสมาคมอสังหาฯ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเออีซีไม่น่ากลัว แต่ที่น่ากลัวกลับเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มาจากส่วนกลาง เพราะในอีก 2 ปีข้างหน้า ภูเก็ตจะมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 7,000 ห้อง ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงมาก จากระยะแรกที่มีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ปี 2532 มีจำนวนไม่กี่ร้อยห้อง และในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จะมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่ปีละประมาณ 800-1,000 ห้อง โดยตั้งแต่ต้นปี 2555 จนถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการยื่นขออนุญาตอาคารชุดแล้วประมาณ 1,200 ห้อง แต่ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมีมากถึงปีละประมาณ 3,000 ห้อง ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะเฉลี่ยประมาณ 300%

นายธนันท์ มองว่า การเกิดขึ้นของคอนโดฯ จำนวนมากจะส่งผลกระทบไปยังกลุ่มธุรกิจบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ เนื่องจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่ค่อนข้างโดดเด่น และน่าสนใจในเรื่องเงื่อนไขการจ่ายเพื่อสร้างแรงจูงใจ ทำให้มีคนแห่ไปซื้อกันเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่หากไม่สามารถขายได้ และถึงเวลาโอนก็จะไม่มีผู้โอน หรืออาจจะทิ้งไปเลย เพราะไม่ต้องการมาแบกรับภาระเรื่องของส่วนกลางก็จะทำให้เกิดปัญหาคอนโดฯ สร้างเสร็จแต่ไม่มีคนอยู่ โดยเฉพาะระดับราคาไม่ถึงล้านบาท หรือหนึ่งล้านบาทต้นๆ”

“อสังหาฯ ภูเก็ตนั้นจะโตตามธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเราจะเห็นว่าแต่ละปีท่องเที่ยวจะโตประมาณ 10-20% ในขณะที่อสังหาฯ กลับโตถึง 300% เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ต่อไปคอนโดฯ ที่มีการสร้างกันมากๆ อาจจะกลายเป็นคอนโดฯ ที่ไม่มีคนอยู่อาศัยก็ได้” นายธนันท์กล่าวในที่สุด

Credit : http://news.phuketindex.com/business/

Leave a Reply